ย้อนกลับไปในราวปี คศ.1825 กับวันที่สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้านยานพาหนะขนส่งผู้คนที่โลกต้องตะลึง ได้ปรากฎขึ้นเป็นจริง กับ เส้นทางรถไฟสาธารณะเส้นโลกของโลกได้เกิดขึ้นบนเกาะอังกฤษ
วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2368 (คศ.1825) รถจักรไอน้ำที่ชื่อ “โลโคโมชั่น” (Locomotion) ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เดอะโรเบริต์สตีเฟนสัน คัมปะนี (The Robert Stephenson & Company) ซึ่งประกอบไปด้วย หุ้นส่วนของ นายจอรจ์ สตีเฟนสัน กับลูกชาย และ เอ็ดเวริด์ พีทส์ (Edward Pease) ได้ทำหน้าที่ลากโบกี้รวม 36 โบกี้ โดยเริ่มในวิ่งในเส้นทางระหว่างเมืองสต๊อกตัน(Stockton) ไปยังเมือง ดาลิงตัน (Darlington) ด้วยระยะทางราว 40 กิโลเมตร
จากวันนั้น โลกจึงได้ยอมรับ กับยานพาหนะอันเกรียงไกรที่สามารถขนส่งนำพา ทั้งผู้คนและสิ่งของต่าง ๆ ได้จำนวนมาก และสะดวกสบายขึ้น ในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทย ได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศในยุโรป โดยเฉพาะประเทศอังกฤษ กาลมาถึงเมื่อครั้ง คณะอุปฑูตของประเทศอังกฤษ์โดย นายแฮรี่ สมิท ปากส์ ได้อัญเชิญพระราชสาส์น และได้นำเครื่องราชบรรณาการพิเศษ มาทูลเกล้าฯ ถวาย สิ่งนั้นคือ รถจักรไอน้ำพร้อมขบวน ย่อส่วน ที่ทำงานด้วนไอน้ำและสามารถเดินได้บนรางเช่นเดี่ยวกับของจริง จะด้วยรถไฟเล็กขบวนนี้ที่ สมเด็จพระนางวิคตอเรีย แห่งอังกฤษ มุ่งหมายให้เป็นเครื่องดลพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ที่จะให้สยามประเทศ ได้มีการนำรถไฟมาใช้ในกิจการของประเทศ หรือไม่ก็ตาม แต่ในเวลาต่อมา พระองค์จึงได้ส่งคณะราชฑูตไทยให้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรียังประเทศอังกฤษ และใช้โอกาสนั้นในการเดินทางโดยรถไฟในสถานที่ต่าง ๆ ในเพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ในการกลับมาทูลรายงานต่อพระองค์ อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้น ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ นโยบายขยายอาณานิคมจากชนชาติยุโรป ที่เริ่มคืบเข้ามาถึงดินแดนเอเซีย ทำให้สยามประเทศ ยังคงใช้เวลาในการศึกษาและประเมินอยู่ จวบจนกระทั่งยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้มีฝรั่งชาติต่างๆ เสนอตัวที่จะขอทำสัมปทานรถไฟในประเทศสยาม อยู่หลายรายด้วยกัน และทางรถไฟสายแรกของเอกชนในสยาม รายแรกจากประเทศเดนมารก์ ได้รับอนุมัติในการดำเนินการรถไฟเส้นระหว่าง กรุงเทพ – สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเส้นทางยาวราว 21 กิโลเมตร แต่บริษัทดังกล่าวก็ขาดแคลนเงินทุน แต่ก็ยังได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ให้บริษัทฯ ดังกล่าวยืมทุนทรัพย์บางส่วนไปเพื่อใช้ในการลงทุนก่อน และในที่สุดเส้นทางสายนึ้จึงเริ่มเปิดใช้เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2436 แต่ก็ยังไม่นับว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศ เนื่องเพราะเป็นเพียงของเอกชนเท่านั้น ยุคแห่งการขยายอาณานิคมของชาวยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่พยายามเข้ายึดครองทั้งพม่า,เขมร,ลาว รวมทั้งด้านแหลมมาลายู ทำให้พระองค์เล็งเห็นถึงประโยชน์ส่วนหนึ่งที่ประเทศสยามจะได้มีรถไฟรัฐ ขี้นเพื่อการควบคุม,ตรวจตราป้องการการรุกราน และการปกครองในภาคต่าง ๆ ได้สะดวกกว่า การคมนาคมที่มีเฉพาะ ทางเกวียน หรือ แม่น้ำลำคลองที่มีอยู่เดิม ทางรถไฟหลวงสายแรกจึงเริ่มขึ้น โดยเป้าจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองเชียงราย โดยวิธีการสร้างเป็นช่วง ๆ ระยะทางไป นาย จี.มูเร แคมป์เบลล์ ชาวอังกฤษเป็นผู้เสนอราคาชนะ และได้เริ่มก่อสร้างเส้นทางแรกคือ กรุงเทพ –นครราชสีมา โดยใช้รางขนาดกว้าง 1.435 เมตร โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ทรงประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ โดยทรงหลั่งน้ำบนแผ่นดินที่จะขุด เป็นพระฤกษ์ และทรงใช้เสียมเงินเล็ก ๆ ตักดินแทลงในเกวียนเล็ก แล้วโปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ไสเกวียนลำเลียงดินพระฤกษ์ไปตามรางถึงที่จะสร้างทางรถไฟ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ ย่านสถานีกรุงเทพ ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2434 เส้นทางรถไฟได้ดำเนินการก่อสร้างมาจนสามารถเปิดเดินรถได้บางช่วง นั่นคือ กรุงเทพ – อยุธยา และในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2439 เวลาประมาณ 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชินีนาถจึงได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดการเดินรถไฟหลวง
สายแรกในพระราชอาณาจักร หัวรถจักรไอน้ำ คันแรกที่ได้วิ่งนำขบวนลากจูงในเส้นทางนี้ คือ เจ้า โฟร์วีลเลอร์ (ดับส์) รุ่นเลขที่ 1
ประเทศอังกฤษ ผู้ผลิตรถจักรไอน้ำที่ขายไปทั่วโลกราว 20,000 กว่าคัน รหัสวางล้อ คือ 2-4-0 (ซึ่งในรุ่นเดียวกันนี้ ได้มีการสั่งซื้อเข้ามาจากประเทศอังกฤษด้วยกัน 4 คัน) และทุก ๆ วันที่ 26 มีนาคม ของทุกปี จึงเป็นวันสำคัญที่ถือว่า เป็นวันกำเนิดของกิจการ การรถไฟแห่งประเทศไทย การย้อนรำลึกของกลุ่มควันพวยพุ่ง เสียงฉีดของไอน้ำจากสองข้างตัวรถจักรสำหรับการเคลื่อนตัวในวันนั้น คงเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยในยุคหลังต้องจบจำประวัติศาสตร์อันมีค่าในแผ่นดินนี้ไว้อีกนานเท่านาน
Tags: