สองวันที่ผ่านมา….มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียน 2 ปู่ ผู้เฒ่า “สูงเนิน” และ “ 244 บอลด์ วินน์” อา….สองปู่ผู้เฒ่าแห่งสยามประเทศ ยังคงจอดเด่นเป็นสง่า ให้ลูกหลานรำลึกถึงอยู่เหมือนเช่นที่มาหลาย ๆๆๆ ปี นับแต่ ปู่ถูกปลดระวาง..เพราะความชราภาพ
วันนี้ผมตั้งใจจะมาสวัสดีปีใหม่…บรรดา ปู่ ๆ ตามวัฒนธรรมและนิสัยคนไทย..ที่ต้องนอบน้อมและคารวะแด่ผู้สูงวัย
ผมแวะไปเยี่ยมปู่ “สูงเนิน 32 โฟร์ วีลเลด สวิทเชอร์” ที่ถูกขนานนามว่า เป็น ผู้ปิดทองหลัง เป็นคันแรก เพราะดูจะอาวุโสกว่า ปู่ 244 บอลด์ วินน์
ผมจอดรถเลียบฟุตบาท ข้าง ๆ สถานที่ใหม่ที่ปู่ ถูกทาง เทศบาลนครหาดใหญ่ ขอยืมมาตั้งโชว์บริเวณสวนหย่อมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ห่างจากที่เดิมที่ปู่เคยตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ผมมองยืนดูในระยะไกล…เทศบาลฯ เค้าสร้างอาคารที่มีรูปทรงดูใกล้เคียงสถานีรถไฟจริง ๆ ทว่าขนาดเล็กกว่าโข…นึกครึ้มใจว่า วันนี้ปู่..ดูดีขึ้นนะ..ภูมิทัศน์รอบข้างปู่..อาจทำให้ปู่รู้สึกว่า..ยังอยู่เหมือนเช่นที่ผ่านมา
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ ผมพบว่า หลังคาที่ทางเทศบาลฯ ออกแบบให้ดูคล้ายสถานีรถไฟนั้น มันถูกออกแบบให้ร่มเงา และกันฝนฟ้า เฉพาะคนเพียงไม่กี่คน….แต่ปู่ ก็ยังต้องจอดตากแดด..ตากฝน..ตากน้ำค้าง ไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปี ที่ปู่ก็ต้องอยู่แบบนี้มาตลอด
ผมเริ่มรู้สึกใจไม่ค่อยดี…เมื่อเดินเข้าไปใกล้ปู่……
ห
ปู่ “สูงเนิน” วันนี้ ทรุดโทรม และดูไม่ต่างจากสภาพของ คนชราที่หมดสภาพ…สิ่งที่ผมเห็นและรู้สึกหดหู่ใจที่สุดก็คือ…..ปู่ไม่ได้อยู่ในสภาพของ หนึ่งในประวัติศาสตร์ อนุสรณ์รำลึก ที่จะให้ี่คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ และเข้าใจว่า “ปู่นั้น คือหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง.ที่ควรได้เรียนรู้ ศึกษา และให้เกียรติปู่”
วันนี้ ปู่ “สูงเนิน” กลายเสมือนเป็นเพียงแค่เศษเหล็ก…ที่ถูกนำมาวาง เพื่อใช้เป็น “ถังขยะ!!!”

ผมคงทำใจได้…ในวัยที่ร่วงโรยไปตามสังขาร ... ความเน่าเปื่อย..ผุผังในวัฎสังสาร เป็นธรรมดาของสรรพสิ่ง ..
ผมค่อย ๆ เปิดฝาบอยเลอร์ เพื่อขอดูหลอดน้ำในบอยเลอร์ของปู่ว่า ยังอยู่ดีเพียงใด….สิ่งที่เจอคือ “ขยะ!”
ค่อย ๆ แหวกตาข่ายที่เคยปิดกั้นห้องขับในหัวรถจักร…สภาพที่ผุพัง ปรากฏอยู่จนแทบจะไม่เหลือเนื้อเหล็ก แต่โดยสภาพบอยเลอร์ ปู่ก็ยังดูไม่แย่นัก
ผมขออนุญาต ปู่ปีนขึ้นไปตรวจสอบใน แท้งค์น้ำที่มันเคยเต็มปริ่มให้ปู่ได้สดชื่น เมื่อครั้งอดีต…วันนี้ปู่ “สูงเนิน” คงน้ำตาร่วงผล๋อย กับ สิ่งที่คนรุ่นหลังทำกับปู่…….เพราะมันเป็นไปด้วยขยะสารพัน

ผมยืนซึม อยู่เล็กน้อย…ก่อนจะึนึกในใจขออภัยปู่ที่ต้องปีนเหยีบปู่ขึ้นไปขอตรวจดู ปล่องควันไฟด้านบน ..เพื่ออย่างน้อยที่สุด ผมจะได้สบายใจว่า ปล่องควันของปู่ยังอยู่เรียบร้อยดี…..

….ยิ่งกว่าข้างล่างครับ…ปล่องควันที่เคยพวยพุ่งไปด้วยควัน เพื่อแสดงถึงชีวิตชีวา และพลังกำลังของปู่ …วันนี้กลายเป็นปล่องสำหรับทิ้งขยะอย่างน่ารังเกียจ
….ผมเดินลงมายืนพินิจปู่ ข้างล่าง..ด้วยความปลงอนิจจัง….. พลางนึกปวดใจ…รันทดใจ ที่วันนี้ แทบไม่มีใครให้เกียรติปู่…รำลึก ถึงปู่แม้แต่น้อย
ผมร่ำลาปู่ “สูงเนิน” ด้วยการขับรถแบบใจลอยและซึม ๆ อย่างประหลาด….ผมกำลังขับรถไปเยี่ยมปู่อีกคัน ที่ผมยังให้ความเคารพอย่างสม่ำเสมอ และหวังใจว่า ปู่ บอลด์ วินน์ 244 ของผมวันนี้ คงมีสภาพที่ดีกว่า ปู่สูงเนิน
หลังขับรถมาได้ซัก 10 นาที ผมก็เห็น ปู่ 244 จอดเด่นเป็นสง่า..ประกาศศักดาและเกียรติภูมิรถจักรไอน้ำ ”สวัสดีปีใหม่ ปู่” จิตสำนึกผมคงบอกปู่ไปประมาณนั้น……..
หลังเดินตรวจตรา และลองเปิดดูฝาหน้าบอยเลอร์ ก็พบว่าภายในยังสะอาดและดูดีกว่า ปู่สูงเนินแยะ แต่รอบนอกของบอยเลอร์ของปู่ 244 วันนี้ ผุพัง มากกว่าที่เคยเป็นมากเหลือเกิน
เมื่อขึ้นไปดูภายในห้องขับของปู่….ก็พบว่า วันนี้ ปู่สะอาดสะอ้านขึ้นมาก แม้จะมีปรากฏเศษขยะอยู่บ้าง แต่ก็คงมีคนเกรงอกเกรงใจปู่…..และเหล่าตำรวจรถไฟ ที่อยู่ตรงข้ามกับปู่ คงช่วยเป็นหูเป็นตาให้ปู่ได้แยะ
….. ปีนี้ ปู่ 244 คงมีอายุย่างเข้า 79 ปีแล้วซินะ…ปู่ได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวงต่อ สยามประเทศ..รอยล้อเหล็กของปู่ที่บดไปบนรางมานับหลายสิบปีนั้น และนับล้านกิโลเมตร คงสร้างความสุข..บรรเทาความลำบากในการเดินทางให้แก่ผู้คนนับล้านเช่นกัน
เสียดายนะปู่…ที่ผมไม่มีอำนาจ วาสนา และที่สำคัญ ผมก็ไม่ใช่มหาเศรษฐีมีเงินทองมากพอที่จะช่วยให้ปู่ดูกระฉับกระเฉง และมีชีวิตชีวาเฉกเช่นที่ผ่านมาได้….ไม่งั้น ผมคงช่วยปู่ได้เยอะ หรืออย่างน้อยที่สุดผมคงสร้างสถานีสวย ๆ ไว้ครอบกันแดด…กันฝน ไม่ปู่ลำบากเหมือนกับที่ผ่านมา
วันนี้ ปู่ทั้งชรามากแล้ว…..และแม้นในปัจจุบัน อาจมีคนทียังคิดถึงปู่น้อยลงทุกวัน…ปู่อาจน้อยใจและคงยากรำพึงในสิ่งที่อาจไม่ค่อยแฟร์นัก…สำหรับสิ่งที่ปู่เคยให้และได้รับจากมนุษยชาติ โดยเฉพาะคนไทย อย่างน้อย…ผมก็ยังรักปู่ เพราะชีวิตที่เคยรื่นรมย์ของปู่นั้น มันยังอยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา


